lnwshop logo
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

ศิวพร เอี่ยมจิตกุศล ปลูกเปลี่ยนโลก (โรค) ด้วยเกษตรอินทรีย์ ที่จันทบุรี

เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
2 ปีที่ผ่านมา

สวนกานต์ธิดา ตั้งอยู่ เลขที่ 91 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี โทร. (089) 028-3042 เป็นสวนเกษตรอินทรีย์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดจันทบุรี โดยเกิดขึ้นจากสองมือของผู้หญิงที่ชื่อ "ศิวพร เอี่ยมจิตกุศล"

คุณศิวพร เอี่ยมจิตกุศล ในวัย 61 ปี วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ รวมถึงการได้เป็นแปลงสาธิตการส่งเสริมการผลิตไม้ผลอินทรีย์ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด แต่ยังเป็นผู้ริเริ่มแนวคิด...ปลูกเปลี่ยนโลก (โรค) 

จุดเริ่มต้น?

คุณศิวพร ย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นว่า ตนเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด สมรสและมีบุตรสาว 1 คน อายุ 32 ปี เดิมนั้นมีธุรกิจส่วนตัว ค้าขายวัสดุก่อสร้าง และใช้ชีวิตอยู่ในเมืองมาตลอด 

จนเมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้คุณศิวพรต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ นั่นก็คือ ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่มารุมเร้า ซึ่งป่วยเป็นทั้งโรคภูมิแพ้ ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล เดือนละ 5,000-6,000 บาท และยังประสบกับปัญหาเวลากินผักที่มีสารเคมีมากๆ ก็จะอาเจียน อย่างเช่น คะน้า 

"ตอนแรกคิดว่าเป็นโรคกระเพาะอาหาร แต่เมื่อส่องกล้องตรวจ กลับไม่พบอะไร" 

แต่สุดท้ายพายุอีกลูกหนึ่งที่โหมกระหน่ำอย่างแรง จนทำให้คุณศิวพรตัดสินใจออกจากเมืองไปใช้ชีวิตอยู่ชนบทอย่างจริงจังนั่นก็คือ การตรวจพบก้อนเนื้อบริเวณหน้าอก แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคที่เผชิญเลย ต่อมาใน ปี 2549 หลังจากที่บุตรสาวเรียนจบ คุณศิวพรจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่จังหวัดจันทบุรีเพียงลำพัง โดยที่สามีและบุตรสาวยังคงอยู่ที่กรุงเทพฯ 

ด้วยเหตุจากเดิมที่ได้ซื้อที่ดินไว้ จำนวน 30 ไร่ คุณศิวพรจึงคิดที่จะทำอาชีพการเกษตรเพื่อเลี้ยงตัว แม้จะไม่มีความรู้เรื่องการเกษตรมาก่อนเลย จึงเริ่มศึกษาและได้เลือกแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์เป็นเป้าหมายหลัก 

การเริ่มต้นนั้น คุณศิวพรบอกว่า มีปัญหาให้แก้ไขตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของดิน ที่อยู่ในขั้นที่ไม่ดีนัก เพราะเดิมเป็นพื้นที่ที่ใช้ในปลูกมันสำปะหลังมาอย่างโชกโชน 

จากข้อมูลเกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ที่ศึกษามา ได้เน้นการปรับปรุงดินให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง รวมถึงระบบนิเวศที่ดีจะเป็นตัวช่วยเกื้อหนุนต้นไม้ให้เติบโตและแข็งแรง

"ทฤษฎีของการทำอินทรีย์ก็คือ ต้องทำดินให้มีคุณภาพดีที่สุดเหมือนกับดินในป่า คือใส่ปุ๋ยที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์หมัก ใส่ไปจนกระทั่งต้นไม้ที่อยู่ตรงนี้มันแข็งแรงด้วยตัวของมันเอง มันถึงจะมีพลังต่อสู้และต้านทานต่อโรคได้ ซึ่งเราจะหมักและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ของเราเอง กว่า 90 ตัน ใน 1 ปี เรารู้สึกว่าการนำปุ๋ยลงไปใส่ต้นไม้มันยาก 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็คิดตอบโจทย์ของเราเองว่า น่าจะมีเป็ด มีห่าน มาช่วยตัดหญ้า มาใส่ปุ๋ยให้เรา" 

"แต่เกษตรกรที่รู้จักเราเขาบอกว่า พี่น้องที่ทำงานปศุสัตว์สั่งห้ามอย่างเด็ดขาดว่า อย่าเอาเป็ด เอาห่าน เข้ามาในแปลงผลไม้ เดี๋ยวตีนร้อนทำให้ต้นไม้เราเสีย แต่เราก็ดื้อ สุดท้ายก็เอาเป็ด เอาห่าน เข้ามา ปรากฏว่าหญ้าที่เคยรกมากก็เตียนหายไป ต้นไม้ที่มีห่านอยู่ ปรากฏว่าใบแข็งแรงดูดีขึ้นอย่างมหัศจรรย์ พอเราย้ายห่านออกไป เทวดาก็ส่งไส้เดือนมาพรวนดินให้เรา มีมูลไส้เดือนอยู่เต็ม หญ้าก็เตียนขึ้น ต้นไม้เติบโตแข็งแรงดี คือเราอยากให้เกษตรกรทำงานน้อยลง แล้วก็ได้ผลดีขึ้น จากการเอาสัตว์เข้ามาอยู่มาผสมผสานในระบบนิเวศ" 

คุณศิวพร ยังบอกต่ออีกว่า ระบบนิเวศที่ต้นไม้ หรือดินจะดี จะเห็นได้จากการที่มองดูใบไม้ในป่ามันร่วงหล่น มีนก มีกา มาถ่ายมูล แล้วก็มีผลไม้ซึ่งมีความหวานอยู่ในตัว เมื่อมันหล่นลงมาแล้ว มันก็เกิดกระบวนการที่เรียกว่าอินทรียวัตถุย่อยสลาย พร้อมด้วยธาตุอาหารที่นกกามาถ่ายมูลไว้ ซึ่งลงตัวพอดีที่จะทำให้ดินบริเวณนั้นมันสมบูรณ์และแข็งแรง สามารถตอบโจทย์ได้ว่าธรรมชาตินั้นมีอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่เห็น เราจะมองเอาแต่ผลประโยชน์ จะเอาเยอะๆ จากเขามากๆ สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ยั่งยืน 

"แต่ถ้าเราเฝ้าดูกระบวนการทั้งหมด ก็จะเห็นการที่ธรรมชาติฟื้นตัวของมันเอง เพียงแต่ว่าเราอย่าเอาสารเคมีใส่เข้าไป อย่าเอายาฆ่าหญ้าใส่เข้าไป มันก็จะเกิดระบบนิเวศที่ทำให้เราสุขภาพดี คนปลูก คนกิน ก็สุขภาพดี สำคัญคือต้องอาศัยความใจเย็น และเวลา"

ก้าวในวันนี้...

ด้วยความมุ่งมั่นของคุณศิวพร วันนี้บนเนื้อที่ 30 ไร่ ที่เริ่มต้นจากการทำสวนทุเรียน 200 ต้น บนเนื้อที่ 4-5 ไร่ นำเอาผลผลิตที่ได้จากทุเรียนไปขายมาลงแปลง ปลูกเงาะ ปลูกมังคุด ปลูกลองกอง จนขยับขยายขึ้นมา มีผัก มีนา มีเป็ด มีห่านแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้คุณศิวพรมีรายได้ที่ยังไม่หักค่าใช้จ่าย ประมาณ 500,000 บาท ต่อปี แต่เมื่อเทียบกับตอนทำธุรกิจส่วนตัวขายวัสดุก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ คุณศิวพรมีกำไรสุทธิอยู่ถึง 6 หลัก ต่อปี 

ถึงแม้การทำเกษตรอินทรีย์จะมีรายได้ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับการทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ในเมืองกรุง แต่คุณศิวพรก็ภูมิใจ และรู้สึกถึงการใช้ชีวิตที่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น การได้กินอยู่นอนหลับอย่างสบาย หายใจมีอากาศบริสุทธิ์ ได้เห็นธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดี 

ที่สำคัญคุณศิวพรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เดือนละ 6,000 บาท และโรคร้ายที่คุณศิวพรเผชิญอยู่ ก้อนเนื้อที่พบก็มีขนาดเล็กลงและได้หายไปในที่สุด 

คุณศิวพรยังบอกต่ออีกว่า...

อยากให้ทุกคนตระหนัก อยากให้ทุกคนอย่าโทษกัน อยากให้ทุกคนอย่าหาคนมารับผิดชอบ ซึ่งมันจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลยถ้าเราในฐานะผู้กินไม่หยิบผลไม้ที่ไม่สวยเข้ามา ตราบใดที่เรายังเลือกแต่สิ่งที่มันสวยงาม คนปลูกก็ไม่สามารถจะปลูกสิ่งที่มันเป็นธรรมชาติให้กินได้ และสำหรับคนเมืองที่อยากจะเข้ามาใช้ชีวิตในชนบท อย่าให้ขวัญและกำลังใจกระเจิดกระเจิง อย่าคิดว่าเราอ่อนแอกว่า ทำอะไรไม่เป็น เราต้องไม่ท้อ คนที่ล้มเหลวคือคนที่ไม่สู้ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ มีความมุ่งมั่นอย่างชัดเจน ไม่ท้อถอยก็จะประสบความสำเร็จได้ทุกคน"

ขยายแนวคิดสู่รอบข้าง

นอกจากนี้ ที่น่าสนใจ คุณศิวพรไม่ได้เพียงแค่คิดถึงความอยู่รอดของตนเองเท่านั้น แต่ยังคิดถึงเพื่อนเกษตรกรที่อยู่รายรอบ ซึ่งมีปัญหาทั้งเรื่องการใช้สารเคมี ปัญหาเรื่องการตลาด และด้วยความมุ่งมั่นบวกกับความตั้งใจจริง จึงทำให้พื้นที่ 30 ไร่ ให้ผลผลิตอินทรีย์ทั้งที่เป็นผลไม้ พืชผัก ข้าว วัว เป็ดและห่าน ซึ่งนอกจากจะมีอาหารปลอดภัยไว้กินเองแล้ว ยังมีเหลือส่งขายให้โรงพยาบาล โรงเรียนทางเลือกในกรุงเทพฯ และเลม่อนฟาร์มด้วย

ที่สำคัญคุณศิวพรยังเป็นหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดตลาดนัดสุขภาพขึ้นในโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี อีกทั้งยังเกิดโครงการอาหารปลอดภัย ที่โรงพยาบาลรับซื้อผลผลิตปลอดสารเคมีบางส่วนจากเกษตรกร ที่สำคัญยังมีหน่วยงานที่ให้ความสำคัญ และให้การสนับสนุน จึงทำให้คุณศิวพรเป็นที่ยอมรับ และได้รับรางวัลดีเด่นจากการทำเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดจันทบุรี

"จากการที่เราทำสวนผลไม้อย่างเดียว แต่เราต้องไปซื้อผักจากที่อื่นมากิน ซึ่งเราเป็นคนแพ้ผักมาจากกรุงเทพฯ เราก็เลยทำแปลงผักด้วย เราอยากให้เกษตรกรมีความมั่นใจในปุ๋ย อยากให้รู้ว่าปุ๋ยที่เราทำเองมันมีประสิทธิภาพมากมายขนาดไหน ก็เลยทำโครงการปลูกผักขึ้นมา และจากการที่เป็นตัวอย่าง เป็นต้นแบบ ไปในที่ต่างๆ ทุกคนบอกเราว่า ทำเกษตรอินทรีย์ ทำแล้วไม่มีที่ขาย เราก็เลยเอาผลผลิตของเราเข้าไปในโรงพยาบาลพระปกเกล้า ไปถามว่า ถ้าเรามีผลผลิตเป็นเกษตรอินทรีย์ ทางโรงพยาบาลจะยอมรับไหม แต่ก็มีปัญหาคือ โรงพยาบาลบอกว่า ระบบในโรงพยาบาลมีเงื่อนไขต่างๆ มากมาย" 

แต่ด้วยความที่เจ้าหน้าที่และผู้ใหญ่ทุกคนอยากจะผลักดันให้โครงการนี้มันเกิดขึ้น ดังนั้น จันทบุรีก็เลยเป็นที่แรกในประเทศไทย โดยมีที่นี่เป็นที่เริ่มต้นนำร่องที่เดียว ซึ่งระบุไว้ในการจัดซื้อจัดจ้างว่า ถ้ามีผักอินทรีย์ที่มีใบรับรองของกรมวิชาการ ผู้ประมูลจะต้องซื้อผักคุณภาพแบบนี้มาเป็นแบบแรก ซึ่งสวนเราได้รับการรับรองจากกรมวิชาการ และเนื่องจากการทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง ทาง สวพ. 6 ในพื้นที่ก็คัดเลือกเราเข้าไปเป็นแคนดิเดตสวนอินทรีย์ทั้งประเทศไทย และได้รับการคัดเลือกให้เป็นสวนดีเด่น ใน ปี 2553 ระดับประเทศ ซึ่งในกระบวนการเขาจะมาสอบถามเรา ทัศนคติการทำงานของเรา จนเขาแน่ใจว่ามันเป็นสวนอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์" คุณศิวพร กล่าว

คุณศิวพร บอกต่ออีกว่า จริงๆ แล้ว การทำงานไม่ใช่ทำคนเดียวแล้วจะขับเคลื่อนได้ จะต้องขยายไปในวงกว้าง ไปสู่เกษตรกรที่สามารถจะทำได้ และกระจายไปในระดับรากหญ้า ระดับที่ช่วยกันทำ ถ้าจะทำให้พอสำหรับคนในโรงพยาบาล 900 เตียง มันต้องมีพื้นที่เยอะ และต้องเหนื่อยหน่อยที่จะผลักดันตรงนี้ บางคนเขาไม่เข้าใจหรอกว่า การฉีดยาฆ่าแมลงนั้นมันเป็นพิษเป็นภัยอย่างไร ก็ต้องอาศัยเวลาอีกสักพักหนึ่ง 

"แต่ก็ยังโชคดีที่มีหน่วยงาน อย่าง ศูนย์วิจัยพืชสวน 6 ซึ่งมี ดร. สาลี่ ชินสถิต ที่คอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในเรื่องต้นทุน คุณภาพ เรื่องปุ๋ย แล้วก็หาตลาดให้เราด้วย ก็คือ ได้ขายในโรงพยาบาล หลังจากนั้น เราก็ได้รับเลือกให้เข้าไปแข่งขันในปี 2553 แล้วก็ได้รับรางวัลเป็นแปลงอินทรีย์ดีเด่น ก็ทำให้คนในพื้นที่รู้จักเรามากขึ้น และในปีต่อมาก็ได้รับงบฯ สนับสนุนอีก 200,000 บาท ในการจัดทำศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ ซึ่งเราก็ได้ไปพูดให้ความรู้ตามที่ต่างๆ และก็กระทรวงพาณิชย์เองก็เคยให้เราไปพูดให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะเขาสนับสนุนและส่งเสริมเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งก็น่ายินดีกับเรื่องนี้"

แม้ว่าคุณศิวพรจะประสบปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มากมาย จากการทำเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะกว่าที่สวนของคุณศิวพรจะเป็นที่ยอมรับและก้าวมาถึงทุกวันนี้ได้ คุณศิวพรก็ไม่เคยย่อท้อ และมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำมาโดยตลอด เพราะคุณศิวพรมิใช่เกษตรกรที่แสวงหาแต่เพียงผลประโยชน์และกำไรจากธุรกิจ แต่คุณศิวพรเป็นเกษตรกรที่เห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของผู้ปลูกและผู้บริโภคอีกด้วย ทั้งนี้ คุณศิวพรยังเป็นผู้ก่อตั้งโครงการปลูกเปลี่ยนโลก (โรค) และยังมีส่วนช่วยทำให้ผู้ป่วย และผู้บริโภคคนอื่นๆ มีสุขภาพดีขึ้น ที่สำคัญโรคร้ายที่คุณศิวพรเผชิญอยู่กลับหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ 

"หากไม่ส่งเสริมให้ผู้ปลูกและผู้บริโภคได้เห็นความสำคัญของเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์นี้ เราก็จะป่วยกันครึ่งประเทศ ซึ่งเวลาไปสัมมนา ทางเลม่อนฟาร์ม หรือทางกระทรวงพาณิชย์ก็จะถามว่า คุณมีโอกาสไหมที่จะเจอ หรือไปเยี่ยมญาติที่ป่วยในโรงพยาบาลด้วยโรคนี้ ไม่มีใครที่ไม่เจอ มันคืบคลานและใกล้ตัวเราเข้ามาทุกที" 

"แล้วใช่เหรอ การที่เราเป็นคนทันสมัยประสบความสำเร็จในชีวิต แต่จริงๆ คุณภาพชีวิตนั้นแย่ ภูมิแพ้เราก็ค่อยๆ มา แถมด้วยก้อนเนื้อ ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกก็ยังไม่เข้าใจ เราบอกว่าจะให้เขารับสวนต่อจากเรา เขาบอกถ้าเขาได้ เขาก็จะขายนะ แต่ตอนนี้พอเขาเริ่มโตขึ้น และทำงานเป็นหมออายุรกรรมทางโรคเลือดอยู่จังหวัดตรัง เริ่มรู้วิกฤตเรื่องอาหาร เรื่องคนป่วยเยอะขึ้น และสิ่งที่แม่ทำช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ให้ดีขึ้น เขาก็ให้กำลังใจเรา บอกแม่ทำเถอะ คนไข้ของเขาเป็นมะเร็งอายุยังน้อย น้อยลง น้อยลง ทุกวัน ทุกวัน ดังนั้น ควรจะให้ทุกคนตระหนัก แล้วหรือยัง และวันนี้เรามีกลุ่มปลูกเปลี่ยนโลก (โรค) ซึ่งก็คิดว่ารุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลานจะสานต่อไป เราก็ไม่ได้คิดมีเป้าหมายให้ใครจดจำ เราไม่ได้ทำในเชิงธุรกิจ มันไม่ใช่สาระสำคัญ เราอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างหาก" คุณศิวพร กล่าวทิ้งท้าย

Credit : http://www.technologychaoban.com/news_detail.php?tnid=1375

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #1
bb
bb (Guest)
IP: 49.48.132.x
1 ปีที่ผ่านมา

แจกแนวข้อสอบ สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน

วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร

ให้ผู้ประสงค์จะสมัครขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน บริเวณเกษตรกลางบางเขน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 20 - 24 มิถุนายน 2559 (ผู้สมัครต้องกรอกใบสมัครด้วยลายมือตนเองให้ถูกต้องและครบถ้วน)

ท่านที่สนใจแนวข้อสอบ สามารถโหลดที่

 

http://xn--82ce8ame0a1ak5a0a3fdh6a1c1nrc.blogspot.com/

1
แสดงความคิดเห็นที่ 1-1 จากทั้งหมด 1 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

สถิติ

หน้าที่เข้าชม289,247 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด204,495 ครั้ง
เปิดร้าน14 ก.ย. 2556
ร้านค้าอัพเดท25 ก.ย. 2560

Account

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

   เพิ่มเพื่อน

ตัวแทนจำหน่าย

                 (Click)

โทร

062-3462449 094-4054696
facebooktwitter

TRACKCODE

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »
Go to Top